Powered By Blogger

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิของฉัน





ภาพวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิของฉัน(ฉันศึกษาที่ตึกนี้นะค่ะ)
 ประวัติวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรรภูมิของฉันค่ะ 
       วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิของฉัน เป็นวิทยาลัยที่เป็นสถานศึกษาที่ทันสมัย
เพียบพร้อมได้ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งห้องเรียน ห้องสมุด
เป็นวิทยาลัยที่เหมาะสมกับการเรียนอย่างมีคุณภาพ และยังมีห้องคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย
หอพักนักศึกษาที่มีความปลอดภัย มีคณาจารย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด จึงนักได้ว่าเป็นวิทยาลัยสุวรรณภูมิ
เป็นบ้านหลังที่สองของฉัน เป็นวิทยาลัยที่ฉันตัดสินใจมาเรียนเพื่อเพิ่มความรู้ให้ได้มีประสิทธิภาพ

                      วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิของฉัน
                             ยังมีปรัชญาบัณฑิตและมีคุณสมบัติ 3 ประการ
                                    ในการดำเนินชีวิตของนักศึกษา
             1. คุณธรรม  จะต้องประพฤติตนอยู่ในกรอบของศีลธรรม  มีวินัย มีความรับผิดชอบ อดทน ซื่อสัตย์
                 กตัญญู และมีทัศนคติที่ดีต่อเพื่อนมนุษย์
             2.  ปัญญา  มีความรู้จริง  ปฎิบัติได้ ชอบแสวงหาความรู้ตลอดชีวิต  พัฒนาตนให้ทันต่อสภาพการร์
                  ประยุกต์ใช้ความรู้  เพื่อดำเนินชีวิต  ได้อย่างมีความสุข บนพื้นฐานของผู้มีคุณธรรม มีความรับผิดชอบ
                  ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคมประเทศชาติ
             3 . ปณิธาน  พัฒนาความรู้ คู่คุณธรรม มีความสุข รักความเป็นไทย


              ดิฉันชื่อ  นางสาวสาริกา  คำผาย  เป็นนักศึกษาของวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ สาขาวิชาชีพประกาศนียบัตรวิชาชีพครูได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ในด้านความเป็นครูในวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิแห่งนี้เมือวันที่ 28  มีนาคม 2553  
 การที่ดิฉันได้ตัดสินใจมาเรียนวิชาชีพครูในวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรภูมิแห่งนี้ ดิฉันมีวัตถุประสงค์เพื่อมาหาความรู้ในการพัฒนา ตนเองในวิชาชีพครู เพื่อจะได้ไปเป็นครูที่จะได้นำความที่ได้ไปพัฒนาเด็ก ๆ ในบ้านเกิดของดิฉัน ที่ จังหวัดสกลนคร และก็ได้ กลับไปอยู่ดูและคุณพ่อคุณแม่ของดิฉันด้วยเพราะที่ผ่านมาไม่ได้ดูแลคุณพ่อและคุณแม่อย่างใกล้ชิดเลย และดิฉันก็ได้รับความรู้มากมายจากอาจารย์ทุก ๆ ท่านที่ให้ความรู้จากดิฉันได้มากมาย และยังได้รู้ว่าการที่จะไปสอนเด็ก ต้องเตรียมการอย่างไรบ้างอย่างเช่น ต้องเตรียมแผนการสอนก่อน หรือเตรียมสื่อการสอนด้วย นอกจากนี้ในชีวิตของทุก ๆ คน  ต่างก็จำเป็นต้องมีทั้งเพื่อนเก่า และได้เพื่อนใหม่อยู่ในชีวิต เพื่อจะได้ทั้ง "ความทรงจำที่น่าภูมิใจ" และ ปัจจุบันอบอุ่นใจ ที่ดิฉันได้รับความช่วยเหลือจาก พี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุกคนในห้องทั้งหมด ที่ศึกษาใน วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิแห่งนี้ และทุกคนก็ดีกับดิฉันทุกคน เลย น่ารัก ทุกคน ดิฉันจะไม่มีวันลืมนักศึกษา ป. บัณฑิตทุกคน แต่บางครั้งจะไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัย แต่โลกนี้มีความรู้มากมายในการเรียน ดั้งนั้นทุกวัน คือการเรียนดีที่สุดค่ะ
     
      สุดท้ายดิฉันขอฝากบอกเพื่อน ๆ ทุกคนในรุ่นนี้ที่กำลังจะจบ ดิฉัน ก็ 'รัก" ทุกคนค่ะ


อยากมีภาพถ่ายอย่างนี้จังเลย

วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ทฤษฎีแนวคิดแห่งการเรียนรู้ของ ธอร์นไดด์

ธอร์นไดค์ (Edward L. Thorndike.1874-1949)
 นักการศึกษาและจิตวิทยาชาวอเมริกาผู้ให้กำเนิดทฤษฎีแห่งการเรียนรู้ เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์
ที่เชื่อในเรื่องของทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง (Connectionism Theory) ธอร์นไดค์ ได้ศึกษาเรื่อง การเรียนรู้ของสัตว์ และต่อมาได้กลายมาเป็นทฤษฎีการเรียนรู้ทั่วไปโดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์นั้น เป็นที่รู้จักกันดีในนามทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยง ในเรื่องนี้ นอกจากธอร์นไดค์จะได้ย้ำในเรื่องการฝึกหัดดหรือการกระทำซ้ำแล้ว เขายังให้ความสำคัญของการให้รางวัลหรือการลงโทษ ความสำเร็จหรือความผิดหวังและความพอใจหรือความไม่พอใจแก่ผู้เรียนอย่างทัดเทียมกันด้วย  ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดค์ เน้นที่ความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า (Stimulus) กับการตอบสนอง (Response)
ที่ชื่อว่า การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ด้วยการที่มนุษย์หรือสัตว์ได้เลือกเอาปฏิกิริยาตอบสนองที่ถูกต้องนั้นมาเชื่อมต่อเข้ากับสิ่งเร้าอย่างเหมาะสม หรือการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ โดยการสร้างสิ่งเชื่อมโยงระหว่าง
สิ่งเร้ากับการตอบสนอง  เรียกทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ว่า ทฤษฎีเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับตอบสนอง (S-R Bond Theory) หรือทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง (Connectionisms Theory) จากการทดลองและแนวความคิดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ ดังกล่าวมาข้างต้น เขาได้เสนอกฎการเรียนรู้ที่สำคัญขึ้นมา 3 กฎ อันถือว่าเป็นหลักการเบื้องต้นที่นำไปสู่เทคโนโลยีทางการศึกษาและการสอน
กฎทั้ง 3 ได้แก่

1.1.1 กฎแห่งการฝึกหัดหรือการกระทำซ้ำ (The Law of Exercise or Repetition) ชี้ให้เห็นว่า การกระทำซ้ำหรือการฝึกหัดนี้ หากได้ทำบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ จะทำให้การกระทำนั้น ๆ ถูกต้องสมบูรณ์และมั่นคง
1.1.2 กฎแห่งผล (The Law of Effect) เป็นกฎที่มีชื่อเสียงและได้รับความสนใจ
มากที่สุด ใจความสำคัญของกฎนี้ก็คือรางวัลหรือความสมหวัง จะช่วยส่งเสริมการแสดงพฤติกรรม
นั้นมากขึ้น แต่การทำโทษหรือความผิดหวังจะลดอาการแสดงพฤติกรรมนั้นลง
1.1.3 กฎแห่งความพร้อม (The Law of Readiness) กฎนี้หมายถึงความพร้อม
ของร่างกาย ในอันที่จะแสดงพฤติกรรมใด ๆ ออกมา
                                                               





วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ส่งงาน GDT407 ครั้งที่ 1

นางสาวสาริกา   คำผาย    เลขที่ 36 รหัส53130140039

สรุปการเรียนวิชา GDT407

       เนื่องจากเรียนวิชา GDT 407 เป็นชั่วโมงแรกทำให้ผู้เรียนได้รู้ความหมายของนวัตกรรมทางการศึกษาและเทคโนโลยีได้อย่างถูกต้องอย่างเช่น
      นวัตกรรมทางการศึกษา หมายถึง  การนำสิ่งใหม่ๆ ชึ้งอาจจะเป็นความคิด วิธีการ  หรือการกระทำ หรือสิ่งประดิษฐ์ขึ้น  ทั้งในส่วนที่ไม่เคยมีมาก่อน  หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงจากสิ่งที่มีอยู่ได้ผ่านการทดลองวิจัยจนเชื่อถือได้นำมาใช้บังเกิดผลเพิ่มพูนประสิทธิภาพต่อการเรียนรู้ นวัตกรรมช่วยให้การจัดการเรียนสอนมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ผู้เรียนสมารถเกิดการเรียนรู้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิผลสูงกว่าเดิมเกิดแรงจูงใจในการเรียนด้วยนวัตกรรมการศึกษาและประหยัดเวลาในการเรียนได้อีกด้วย 

     เทคโนโลยี  หมายถึง  การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นหัวใจของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์หรือเป็นการนำเอาแนวความคิด  หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจนผลผลิตทางวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งประดิษฐ์ และวิธีปฎิบัติมาประยุกต์ในในระบบงานหรือการทำงานให้ดียิ่งขึ้นและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากขึ้น

   ให้ผู้เรียนยังได้รู้ถึงองค์ประกอบเทคโนโลยี ที่แบ่งองค์ประกอบ 3  องค์ประกอบ
   1. ข้อมูล (Input) ที่ใส่เข้าไป  ได้แก่  การกำหนดปัญหาวัตถุประสงค์รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
   2. กระบวนการ (Process) ได้แก่ การลงมือแก้ปัญหา  แจกแจงวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
   3. ผลลัพธ์ (Output) คือ ผลที่ได้จากการแก้ปัญหาและทำการประเมินผล

     เทคโนโลยีการศึกษายังเพื่อเอื้ออำนวยในด้าน ต่าง
     1. ด้านประสิทธิภาพ (Efficiency)  เทคโนโลยีจะช่วยให้การทำงานนั้นสามารถบรรลุผลตามเป้าหมายได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
     2. ด้านประสิทธิผล  (Effectiveness) เทคโนโลยีช่วยให้การงานนั้นผลผลิตออกมาอย่างเต็มที่
     3. ประหยัด (Economy) จะช่วยประหยัดเวลา ทรัพยากร  และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดอันจะเป็นผลทำให้ราคาของผลิตนั้นราคาถูกลง

    ผู้เรียนยังรู้ถึงประเภทของนวนวัตกรรมทางศึกษา  จัดแบ่งเป็น 2  กลุ่ม
    กลุ่มที่  1  คือ  จัดการเรียนรู้  เทคนิดการสอนแบบต่าง ๆ  เช่น  การสอนแบบร่วมมือร่วมใจการสอนแบบเกม  การสอนโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์  การสอนแบบโครงการ  ศูนย์การเรียน
    กลุ่มที่ 2  สื่อการสอน  หรือสื่อการเรียนรู้  สื่อสิ่งตีพิมพ์  เอกสารประกอบการสอน  บทเรียน สำเร็จรูป  ชุดการสอน  บทเรียนการ์ตูน  แบบฝึด คอมพิวเตอร์ช่วยสอน

  ขั้นตอนของการเกิดนวัตกรรม  แบ่งออกเป็น 3 ระยะ
   ระยะที่ 1  มีการประดิษฐ์คิดค้น  เป็นการปรุงแต่ของเก่าให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลทางสังคม
   ระยะที่ 2  พัฒนาการ  มีการทดลองในแหล่งทดลองจัดทำอยู่ในลักษณะของโครงการทดลองปฎิบัติก่อน
   ระยะที่ 3 การนำเอาไปปฎิบัติ  สถานการณ์ทั้วไป  ซึ่งจัดว่าเป็นนวัตกรรมขั้นสมบูรณ์